'ไตรรงค์'เซ็นขายข้าวล้านตัน 'เอ็มที'ขยับเลื่อนเวลาส่งมอบ
"ไตรรงค์" เซ็นขายข้าวล้านตันให้บริษัทเอ็มที เซ็นเตอร์เทรดแล้ว ก่อนบินเปิดแน่บไปไนจีเรีย-เซเนกัล หลังถ่วงเวลาให้บริษัทหาแบงก์ค้ำประกันนานกว่าครึ่งเดือน วงการค้าข้าวหึ่ง "มร.เฉิน" ปล่อยข้าวเหนียว 10% ลอตแรกที่คลังสกลนครให้ผู้ซื้อภายในประเทศแล้ว ขณะที่ มร.เฉินออกมายอมรับ 60 วันขนข้าวไม่ทัน อ้างให้รัฐวิสาหกิจจีนคู่สัญญาทำหนังสือขอขยายเวลารับมอบข้าวออกไปอีก
นายมนัส สร้อยพลอย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธาน กขช. ได้เซ็น "อนุมัติ" ให้จำหน่ายข้าวสารในสต๊อกรัฐบาล ตามที่คณะอนุกรรมการระบายข้าวที่มีนางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงพาณิชย์เสนอไป โดยการเซ็นอนุมัติครั้งนี้เป็นการเซ็นก่อนที่นาย ไตรรงค์จะนำคณะเจ้าหน้าที่เดินทางไปเจรจาขายข้าวให้กับรัฐบาลไนจีเรีย-เซเนกัล มีกำหนดจะเดินทางกลับประเทศในวันที่ 5 ตุลาคม 2553
ส่วนกรณีที่ขายข้าวในสต๊อกรัฐบาลมากกว่า 1 ล้านตันให้กับบริษัทเอ็มที เซ็นเตอร์เทรด โดยไม่มีการเปิดประมูลท่ามกลางข้อสงสัยที่ว่า บริษัทเอ็มทีฯเป็นใคร เนื่องจากไม่มีใครรู้จักในวงการค้าข้าวมาก่อนนั้น นายมนัสกล่าวว่า บริษัทเอ็มทีฯเป็นผู้ซื้อข้าวรายหนึ่งที่เข้ามาดำเนินการตามขั้นตอน มีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศมายืนยัน ทั้งจากจีน-สิงคโปร์-บรูไน
ทางคณะทำงานดำเนินการระบายข้าวสารก็ได้สอบถึงที่มาของออร์เดอร์นั้นพบว่า "น่าเชื่อถือ" แต่คงไม่ถึงขั้นตรวจสอบไปยังสถานทูตเพราะบริษัทผู้ซื้อข้าวไม่ใช่คู่สัญญาของรัฐบาลโดยตรง ส่วนกรณีที่บริษัทเม้งไต๋ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทเอ็มทีฯมีคดีฟ้องร้องกับธนาคารนั้น "ผมไม่ทราบ ไม่ได้ลงตรวจสอบละเอียดขนาดนั้น แต่บริษัทเม้งไต๋ไม่ได้เกี่ยวกับซื้อข้าวครั้งนี้" แต่ตามหลักเกณฑ์การขายข้าวบริษัทจะต้องนำหลักทรัพย์มาวางค้ำประกัน 5% ของมูลค่าข้าว หากซื้อทั้งข้าวจากองค์การคลังสินค้า (อคส.) หรือองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ก็ต้องทำสัญญาวางค้ำประกัน 2 ฉบับ
"บริษัทเอ็มทีฯจะดำเนินการทำสัญญาซื้อข้าวใน 10 วัน หลังจากได้รับแจ้งจาก กรมการค้าต่างประเทศ แต่นี่ผมยังไม่ได้แจ้งบริษัทไหนเลย เพราะท่านไตรรงค์เพิ่งอนุมัติวันศุกร์ที่ผ่านมา (24 กันยายน) หลังจากนั้นไม่จำเป็นต้องมาทำพร้อมกันทั้งหมด อาจจะทยอยมาก็ได้ แต่ต้องแจ้งเจตนามาว่า จะทำสัญญาก่อน ถ้าไม่มาก็โดนหยึดหลักทรัพย์ แล้วเราจะเอาข้าวไปขายต่อ โดยราคาที่ขายให้เป็นราคา Ex Warehouse ไม่รวมค่าปรับปรุง ค่าขนส่ง" นายมนัสกล่าว
ทั้งนี้มีข้อน่าสังเกตจากวงการค้าข้าวว่า การขายข้าวในสต๊อกรัฐบาลมากกว่า 1 ล้านตันให้กับบริษัทเอ็มที เซ็นเตอร์เทรดนั้น ถูกระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เป็นการขายเพื่อการส่งออก แต่บริษัทเอ็มทีฯโดยมิสเตอร์เฉิน หรือนายจุ้งเชียง เฉิน กรรมการผู้จัดการบริษัท กลับเปิดตัวทั้งกับโรงสีข้าว-ผู้ส่งออกเสนอที่จะขายข้าวในสต๊อกรัฐบาลจำนวนมากกว่า 2 ล้านตันให้ ซึ่งถือเป็นการผิดเงื่อนไขการซื้อขายข้าว พร้อมกันนี้ยังมีรายงานข่าวจากธนาคารไทยพาณิชย์เข้ามาว่า บริษัทเม้งไต๋ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (99.99%) ในบริษัทเอ็มทีฯมีคดีความฟ้องร้องในเรื่องการโกงข้าวกับธนาคารอยู่ด้วย
ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานจากจังหวัดสกลนครเข้ามาว่า ในวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมาโรงสีข้าวในท้องที่ที่ติดต่อซื้อข้าวเหนียว 10% จาก "มิสเตอร์เฉิน" ได้นำรถไปรับข้าวที่คลังศรีสกล จนถึงเวลา 17.00 น. มีการส่ง Fax เอกสารจากองค์การคลังสินค้า (อคส.) ให้เปิดคลัง ซึ่งบรรจุข้าวสารเหนียว 10% ปริมาณ 85,000 กระสอบ โดยขายกระสอบละ 2,450 บาท จากราคาที่ซื้อมาจากรัฐบาล 2,000 บาท เท่ากับกำไร 450 บาท/กระสอบ รวมปริมาณ 38 ล้านบาท โดยผู้ซื้อจะทยอยรับมอบข้าวไปจนครบ 85,000 กระสอบ ภายใน 1 เดือน ไม่จำเป็นต้องขนส่งไปในคราวเดียว สามารถแบ่งจ่ายข้าวในแต่ละครั้งเป็นงวด ๆ ได้
"การเปิดคลังขายข้าวเหนียว 10% ครั้งนี้น่าสงสัยมาก เพราะบริษัทเอ็มทีฯคงไม่สามารถทำสัญญาซื้อข้าวกับ อคส.ทันภายใน 2 วัน ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ และท่านไตรรงค์ก็เพิ่งเซ็นอนุมัติให้ขายข้าวได้ในวันที่ 24 กันยายน เข้าใจว่าบริษัทเอ็มทีฯคงจะหมุนเงินก่อน ด้วยการเลือกขายข้าวเหนียวที่ราคาดี เพราะคนซื้อข้าวขาว 5% กับข้าวปทุมธานียังไม่ได้รับการติดต่อให้ไปขนข้าวในคลัง อ.ต.ก./อคส.จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่า บริษัทเอ็มทีฯอาจจะขอรับมอบข้าวก่อนทำสัญญาหรือไม่เพราะไม่สามารถหาหลักทรัพย์ไปวางค้ำประกันข้าวมากกว่า 1 ล้านตันคราวเดียวกันได้หมด นอกจากนี้ยังปรากฏชื่อมือขวาของบริษัทเพรซิเดนท์ อะกริฯในอดีตออกมาช่วยขายข้าวให้ด้วย"
ล่าสุดผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" ติดต่อไปยังนายจุ้งเซียง เฉิน กรรมการบริหาร บริษัทเอ็มที เซ็นเตอร์เทรด และบริษัทเม้งไต๋ จำกัด แจ้งว่า วันนี้ (28 กันยายน) กำลังเข้าพบกับผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก) เพื่อขอเลขที่สัญญา ซึ่งจะนำไปขอหนังสือหลักทรัพย์ค้ำประกัน (L/G) จากสถาบันการเงินหลายแห่ง แต่ว่าทางกระทรวงพาณิชย์เกรงว่าจะกระทบต่อราคาตลาดจึงให้ดำเนินการอย่างเงียบ ๆ และเป็นความลับ
"หลังจากได้เลขสัญญาเพื่อออก L/G แล้วก็ยังต้องรอก่อน ผมขนข้าวทันทีไม่ได้ ต้องรอให้รัฐวิสาหกิจจีนทำหนังสือมาถึงรัฐบาลไทยขอให้ขยายระยะเวลารับมอบข้าวเพราะขนไม่ทัน ผมซื้อข้าว 1.1 ล้านตัน ก็ต้องขน 60 วัน จะซื้อ 1.6 ล้านตัน ก็ต้องขน 60 วัน ทางรัฐวิสาหกิจจีนออร์เดอร์มา ผมทำหน้าที่แค่ซื้อหน้าคลัง ส่งของลงเรือก็จบแล้ว เป็นคนกลางเท่านั้น ส่วนเรื่องแบล็กลิสต์กับธนาคารไทยพาณิชย์เป็นความลับของธนาคารกับลูกค้า" นายเฉินกล่าว
ประชาชาติธุรกิจ, 30 กันยายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 34 ฉบับที่ 4249
Showing posts with label เฉิน. Show all posts
Showing posts with label เฉิน. Show all posts
Saturday, October 2, 2010
Subscribe to:
Posts (Atom)