รายงาน : ผลสอบสนช."สุรยุทธ์"รุกเขายายเที่ยง ผิดกฎหมายอาญา-ทำขัดรัฐธรรมนูญ
สุทธิรักษ์ อุฒมนตรี
กรุงเทพธุรกิจ 13 มกราคม 2553
การครอบครองที่ดินและสร้างบ้านพักบนเขายาย เที่ยงของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรี ได้มีการตรวจสอบโดยคณะอนุกรรมาธิการตำรวจและสิทธิมนุษยชน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่มี น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ เป็นประธาน และได้รายงานผลการพิจารณาต่อคณะกรรมาธิการการยุติธรรม การตำรวจ และสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2550 ที่ผ่านมา
ข้อเท็จจริงการครอบครองเขายายเที่ยง
ที่ดินบ้านพักเขายายเที่ยง เดิมเป็นของนายเบ้า สินนอก เนื้อที่ 22 ไร่เศษ ต่อมาเมื่อปี 2536-2537 นายเบ้าขายที่ดินให้กับนายนพดล พิทักษ์วานิชย์ ในราคา 7 แสนบาท และในปี 2540 นายนพดล ขายให้กับ พล.อ.สุรฤทธิ์ จันทราทิพย์ (ขณะนั้นยศ พ.อ.) ในราคา 5 หมื่นบาท กระทั่งปี 2545 พล.อ.สุรฤทธิ์ ยกที่ดินนั้นให้กับ พ.อ.หญิง คุณหญิงจิตรวดี จุลานนท์ โดยเสน่หา
ข้ออ้าง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์
1.นายเบ้า ได้รับการจัดสรรที่ดินให้แก่เกษตรกรในปี 2534 จำนวน 2 แปลงเนื้อที่ 14 ไร่ 1 แปลง และ 7 ไร่ 2 งานอีก 1 แปลง
2.ได้ครอบครองที่ดินโดยไม่ทราบว่าเป็นป่าสงวนแห่งชาติ
3.ได้มีการครอบครองมาก่อนประกาศกฎกระทรวงเป็นป่าสงวนแห่งชาติ
4.การครอบครองก่อนวันที่ 30 มิ.ย.2549 อยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์สิทธิจึงไม่ถือว่าผิดกฎหมาย
ประเด็นปัญหาที่ต้องพิจารณา
1.ที่ดินบ้านพัก พล.อ.สุรยุทธ์ บนเขายายเที่ยง อยู่ในเขตป่าสงวนหรือไม่
นายกฤษณะ พฤกษวัน ผู้อำนวยการส่วนจัดการที่ดิน กรมป่าไม้ ให้ข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ 19 ต.ค.2550 ยอมรับว่าที่ดินบนเขายายเที่ยงอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยพิจารณาจากแผนที่แนบท้ายกฎกระทรวงฉบับที่ 67 (พ.ศ.2508) โดยอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาเตียน เขาเขื่อนลั่น ต.จันทึก อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา
2.ที่ดินบ้านพัก พล.อ.สุรยุทธ์ บนเขายายเที่ยง อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือไม่ ตามที่ ครม.มีมติเมื่อวันที่ 10 และ 17 มี.ค.2535 จำแนกการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ของประเทศ ที่ดินของ พล.อ.สุรยุทธ์ อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ โซน ซี
3.ประเด็นปัญหาที่ว่า นายเบ้าได้เข้าไปบุกรุกในที่ดินบนเขายายเที่ยงก่อนจะมีการประกาศเขตป่าสงวน แห่งชาติหรือไม่ จากภาพถ่ายแผนที่ทางอากาศ กรมแผนที่ทหาร ปี 2510 (เอกสาร 4) บริเวณบ้านพัก พล.อ.สุรยุทธ์ ยังเป็นป่าไม้ยังไม่มีบุคคลใดบุกรุก ต่อมามีการประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อวันที่ 1 ก.ค.2538 ที่ดินบนเขายายเที่ยงจึงมีการบุกรุกหลังจากประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ
4.ประเด็นปัญหาว่า พล.อ.สุรยุทธ์ ทราบหรือไม่ว่าที่ดินบ้านพักเขายายเที่ยงเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่ง ชาติ โดยตามเอกสารหมายเลข 7 จะเห็นว่ามีข้อความเขียนไว้ว่าเป็นเขตหวงห้าม ของกระทรวงกลาโหม และจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เมื่อวันที่ 10 ต.ค.2550 ได้ความว่า พื้นที่หวงห้ามของกระทรวงกลาโหม หมายถึง เขตพื้นที่ทหาร พล.อ.สุรยุทธ์ เคยดำรงแม่ทัพภาค 2 ย่อมทราบดีอยู่แล้วว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่ เพราะนอกเหนือจากเขตป่าสงวนแห่งชาติแล้ว คือพื้นที่หวงห้ามของกระทรวงกลาโหม (เขตพื้นที่ทหาร)
5.ประเด็นปัญหาว่าที่ดินบ้านพักเขายายเที่ยง เป็นไปตามมติ ครม.วันที่ 30 มิ.ย.2541 หรือไม่ บ้านดังกล่าวใช้เป็นที่พักตากอากาศไม่ใช่ที่อยู่ หรือที่ทำกินถาวร จึงไม่อยู่ภายใต้กฎบังคับมติ ครม. วันที่ 30 มิ.ย.2541 ทั้งที่บ้านพักบนเขายายเที่ยงยังอยู่ในเขตพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์ (โซนซี) อันต้องรักษาและสงวนไว้ อาจมีราษฎรเข้าไปบุกรุกรัฐก็จะต้องจัดที่ดินทำกินให้ใหม่ และให้ราษฎรย้ายออกจากพื้นที่ ดังนั้น ที่ดินบนเขายายเที่ยงของ พล.อ.สุรยุทธ์ จึงไม่อยู่ในระหว่างการตรวจสอบพิสูจน์สิทธิตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว
6.ประเด็นปัญหาว่าที่ดินบ้านพักบนเขายายเที่ยง ดังกล่าว กรมป่าไม้เข้ามาจัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกรอาศัยอยู่จริงหรือไม่ จากการสอบถามข้อเท็จจริงปรากฏว่าที่ดินบ้านพักบนเขายายเที่ยงดังกล่าวไม่มี หลักฐานปรากฏว่ากรมป่าไม้ ได้จัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกรเข้าอาศัยทำกินแต่อย่างใด
7.ประเด็นปัญหาว่า การพิสูจน์สิทธิของเกษตรกรที่อาศัยทำกิน ตามมติ ครม.วันที่ 30 มิ.ย.2541 เป็นการจัดที่ดินอย่างไรตามมติ ครม.ดังกล่าว ผู้ที่จะพิสูจน์สิทธิได้จะต้องเป็นเกษตรกรที่อาศัยทำกินและตามความจำเป็น เพื่อการครองชีพเท่านั้น
8.ประเด็นปัญหาว่า ที่ดิน พล.อ.สุรยุทธ์ บนเขายายเที่ยง มีเอกสารสิทธิหรือไม่ พบว่าที่ดินและบ้านพัก พล.อ.สุรยุทธ์ มีเพียง ภทบ.5 คือหลักฐานการเสียภาษีบำรุงท้องที่เท่านั้น ไม่ถือว่าเป็นเอกสารสิทธิตามกฎหมายที่ดิน ที่จะนำมาอ้างสิทธิการมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองได้
9.ปัญหาว่า พล.อ.สุรยุทธ์ นายเกษม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และอธิบดีกรมที่ดิน ทราบเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อใด
ตามเอกสารหมายเลขที่ 16 วันที่ 27 ธ.ค.2549 พล.อ.สุรยุทธ์ ทราบเรื่องนี้แล้ว และในวันนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ อธิบดีกรมที่ดิน และเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้าพบ พล.อ.สุรยุทธ์ ด้วย เรื่องนี้เป็นข่าวแพร่หลาย และมีการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดังนั้น ต้องถือว่า พล.อ.สุรยุทธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และอธิบดีกรมที่ดิน ทราบเรื่องนี้ ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค.2549 จนถึงวันที่ 11 ม.ค.2550
10.ประเด็นที่ว่า นายกรัฐมนตรี (สุรยุทธ์) และรัฐมนตรี (นายเกษม) เป็นเจ้าพนักงานตามความในประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่ ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 948/2510 นั้น รัฐมนตรีเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาด้วย
บทสรุป
ป่าสงวนแห่งชาติ เป็นทรัพยากรแผ่นดินที่สงวนไว้ให้กับประชาชนใช้สอยร่วมกัน ป่าสงวนแห่งชาติจึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2786/2515 (เอกสารหมายเลข 20) ป่าสงวนแห่งชาติ แม้บุคคลจะเข้าไปครอบครองก่อนประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติก็ตาม แต่ต่อมามีการประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติแต่ผู้ครอบครองไม้แจ้งสิทธิตามมาตรา 12 วรรคแรก แห่ง พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่กฎกระทรวงป่าสงวนแห่งชาติใช้บังคับถือว่าผู้ครอบครองนั้นสละ สิทธิ์หรือประโยชน์นั้น ถ้าครอบครองอยู่ต่อไปจะมีความผิดตามมาตรา 14 และมาตรา 31 ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3322/2535 (เอกสารหมายเลข 19)
นอกจากนี้ การประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติ จะต้องออกเป็นกฎกระทรวง ซึ่งถือว่าเป็นกฎหมาย บุคคลจะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ เพราะบุคคลจะต้องทราบกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่เป็นกรณีกฎหมายปิดปาก
อาศัยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่า พล.อ.สุรยุทธ์ และ พ.อ.หญิง คุณหญิงจิตราวดี กระทำความผิดตามมาตรา 14 และมาตรา 31 แห่ง พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และในเรื่องนี้ พล.อ.สุรยุทธ์ นายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น) ถือเป็นเจ้าพนักงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถือเป็นเจ้าพนักงาน อธิบดีกรมป่าไม้และหัวหน้าป่าไม้เขตจังหวัดนครราชสีมา ทราบเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น แต่ไม่ได้ดำเนินการตรวจสอบหรือสั่งการให้มีการดำเนินคดีกลับปล่อยปละละเลย ให้ระยะเวลาล่วงเลยมาจนถึงปัจจุบัน จึงเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสีย หายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นความผิดตามมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา
นอกจากนี้ ยังเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ทางการเมืองและทางราชการตามกฎหมายรัฐ ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี 2550 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตด้วย
กรณีดังกล่าวเป็นการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติซึ่ง ในกรณีเดียวกันนี้ปรากฏว่ามีประชาชนถูกดำเนินคดีทั่วประเทศหลายร้อย หลายพันคดี แต่ปรากฏว่าที่ดินบ้านพักบนเขายายเที่ยงกลับไม่มีการดำเนินคดีใดๆ เลย ซึ่งตามมาตรา 30 แห่งรัฐธรรมนูญ 2550 ระบุว่า บุคคลย่อมเสมอภาคกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกันอัน เป็นสิทธิที่คุ้มครองตามรัฐธรรมนูญให้กับประชาชนทุกคน เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน
http://www.bangkokbiznews.com/2010/01/13/news_30140999.php?news_id=30140999
Showing posts with label สุรยุทธ์. Show all posts
Showing posts with label สุรยุทธ์. Show all posts
Monday, March 1, 2010
Tuesday, April 7, 2009
ข้อควรรู้เกี่ยวกับ องคมนตรี
ข้อควรรู้เกี่ยวกับ องคมนตรี
องคมนตรี ตามพจนานุกรม หมายถึง ผู้มีตำแหน่งที่ปรึกษาในพระองค์พระมหากษัตริย์
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 หมวด 2 พระมหากษัตริย์ มาตรา 12 บัญญัติไว้ว่า "พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและทรงแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานองคมนตรีคน หนึ่ง และองคมนตรีอื่นอีกไม่เกินสิบแปดคน ประกอบเป็นคณะองคมนตรี คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวง ที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา และมีหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญนี้"
ขณะเดียวกัน มาตรา 13 บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า "การเลือกและแต่งตั้งองคมนตรี หรือการให้องคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานองคมนตรี หรือให้ประธานองคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งองคมนตรีอื่น หรือให้องคมนตรีอื่นพ้นจากตำแหน่ง"
นอกจากนี้ มาตรา 14 ระบุว่า องคมนตรีต้องไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลปกครอง กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ หรือสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง และต้องไม่แสดงการฝักใฝ่ในพรรคการเมืองใดๆ
ในขณะที่ มาตรา 16 บัญญัติไว้ว่า "องคมนตรีพ้นจากตำแหน่งเมื่อตาย ลาออก หรือมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง"
บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญกำหนดชัดเจนว่า การเลือกและการแต่งตั้งองคมนตรี หรือการให้องคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย
ปัจจุบัน คณะองคมนตรีมี 19 คน ประกอบด้วย ประธานองคมนตรี 1 คน และองคมนตรีไม่เกิน 18 คน โดยมี
พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อายุ 88 ปี เป็นประธานองคมนตรี
ส่วนองคมนตรีทั้ง 18 คน ประกอบด้วย
พลอากาศเอกสิทธิ เศวตศิลา อายุ 90 ปี
พลอากาศเอกกำธน สินธวานนท์ อายุ 83 ปี
นายธานินทร์ กรัยวิเชียร อายุ 82 ปี
นายเชาว์ ณ ศีลวันต์ อายุ 81 ปี
นายจำรัส เขมะจารุ อายุ 79 ปี
นายอำพล เสนาณรงค์ อายุ 78 ปี
พลเอกพิจิตร กุลละวณิชย์ อายุ 77 ปี
พลเรือเอก หม่อมหลวงอัศนี ปราโมช อายุ 75 ปี
นายสวัสดิ์ วัฒนายากร อายุ 75 ปี
หม่อมราชวงศ์เทพกมล เทวกุล อายุ 73 ปี
น.พ.เกษม วัฒนชัย อายุ 67 ปี
นายสันติ ทักราล อายุ 67 ปี
พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ อายุ 65 ปี
พลเรือเอกชุมพล ปัจจุสานนท์ อายุ 64 ปี
นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ อายุ 64 ปี
นายศุภชัย ภู่งาม อายุ 63 ปี
นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ อายุ 62 ปี
และนายพลากร สุวรรณรัฐ อายุ 60 ปี
ทั้งนี้ องคมนตรีมีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีทั้ง 19 คน ประกอบด้วย ด้านนิติศาสตร์ 8 คน ด้านการทหาร 4 คน ด้านวิศวกรรม 4 คน ด้านวิทยาศาสตร์ 1 คน ด้านรัฐศาสตร์ 1 คน และด้านการเกษตร 1 คน ส่วนสถานะสมรส 14 คน และเป็นโสด หรือม่าย 5 คน
ในจำนวนนี้มีองคมนตรีเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 3 คน คือ นายธานินทร์ พลเอกเปรม และพลเอกสุรยุทธ์
นอกจากนี้องคมนตรียังได้รับเงินเดือนประจำตำแหน่ง เดือนละ 112,250 บาท
ส่วนประธานองคมนตรีได้รับเงินประจำตำแหน่ง เดือนละ 121,990 บาท
ส่วนรัฐบุรุษได้รับเงินประจำตำแหน่ง เดือนละ 121,990 บาท
ตาม "พระราชกฤษฎีกาเงินประจำตำแหน่งขององคมนตรีและรัฐบุรุษ พ.ศ.2551"
ที่ลงนามในสมัยรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม พ.ศ.2551
ขณะเดียวกันองคมนตรียังมีรถประจำตำแหน่งคนละ 1 คัน
ล่าสุดใน ครม.รัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช (19 สิงหาคม 2551)
มีมติอนุมัติจัดสรรงบประมาณขององคมนตรีเป็นจำนวน 87.5 ล้านบาท
เพื่อจัดซื้อรถประจำตำแหน่งประธานองคมนตรี 1 คัน ราคา 6.5 ล้านบาท
และรถประจำตำแหน่งองคมนตรี จำนวน 18 คัน ราคาคันละ 4.5 ล้านบาท
รวม 81 ล้านบาท
มติชน, 07 เมษายน 2552,11:22:03
องคมนตรี ตามพจนานุกรม หมายถึง ผู้มีตำแหน่งที่ปรึกษาในพระองค์พระมหากษัตริย์
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 หมวด 2 พระมหากษัตริย์ มาตรา 12 บัญญัติไว้ว่า "พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและทรงแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานองคมนตรีคน หนึ่ง และองคมนตรีอื่นอีกไม่เกินสิบแปดคน ประกอบเป็นคณะองคมนตรี คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวง ที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา และมีหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญนี้"
ขณะเดียวกัน มาตรา 13 บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า "การเลือกและแต่งตั้งองคมนตรี หรือการให้องคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานองคมนตรี หรือให้ประธานองคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งองคมนตรีอื่น หรือให้องคมนตรีอื่นพ้นจากตำแหน่ง"
นอกจากนี้ มาตรา 14 ระบุว่า องคมนตรีต้องไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลปกครอง กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ หรือสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง และต้องไม่แสดงการฝักใฝ่ในพรรคการเมืองใดๆ
ในขณะที่ มาตรา 16 บัญญัติไว้ว่า "องคมนตรีพ้นจากตำแหน่งเมื่อตาย ลาออก หรือมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง"
บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญกำหนดชัดเจนว่า การเลือกและการแต่งตั้งองคมนตรี หรือการให้องคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย
ปัจจุบัน คณะองคมนตรีมี 19 คน ประกอบด้วย ประธานองคมนตรี 1 คน และองคมนตรีไม่เกิน 18 คน โดยมี
พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อายุ 88 ปี เป็นประธานองคมนตรี
ส่วนองคมนตรีทั้ง 18 คน ประกอบด้วย
พลอากาศเอกสิทธิ เศวตศิลา อายุ 90 ปี
พลอากาศเอกกำธน สินธวานนท์ อายุ 83 ปี
นายธานินทร์ กรัยวิเชียร อายุ 82 ปี
นายเชาว์ ณ ศีลวันต์ อายุ 81 ปี
นายจำรัส เขมะจารุ อายุ 79 ปี
นายอำพล เสนาณรงค์ อายุ 78 ปี
พลเอกพิจิตร กุลละวณิชย์ อายุ 77 ปี
พลเรือเอก หม่อมหลวงอัศนี ปราโมช อายุ 75 ปี
นายสวัสดิ์ วัฒนายากร อายุ 75 ปี
หม่อมราชวงศ์เทพกมล เทวกุล อายุ 73 ปี
น.พ.เกษม วัฒนชัย อายุ 67 ปี
นายสันติ ทักราล อายุ 67 ปี
พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ อายุ 65 ปี
พลเรือเอกชุมพล ปัจจุสานนท์ อายุ 64 ปี
นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ อายุ 64 ปี
นายศุภชัย ภู่งาม อายุ 63 ปี
นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ อายุ 62 ปี
และนายพลากร สุวรรณรัฐ อายุ 60 ปี
ทั้งนี้ องคมนตรีมีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีทั้ง 19 คน ประกอบด้วย ด้านนิติศาสตร์ 8 คน ด้านการทหาร 4 คน ด้านวิศวกรรม 4 คน ด้านวิทยาศาสตร์ 1 คน ด้านรัฐศาสตร์ 1 คน และด้านการเกษตร 1 คน ส่วนสถานะสมรส 14 คน และเป็นโสด หรือม่าย 5 คน
ในจำนวนนี้มีองคมนตรีเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 3 คน คือ นายธานินทร์ พลเอกเปรม และพลเอกสุรยุทธ์
นอกจากนี้องคมนตรียังได้รับเงินเดือนประจำตำแหน่ง เดือนละ 112,250 บาท
ส่วนประธานองคมนตรีได้รับเงินประจำตำแหน่ง เดือนละ 121,990 บาท
ส่วนรัฐบุรุษได้รับเงินประจำตำแหน่ง เดือนละ 121,990 บาท
ตาม "พระราชกฤษฎีกาเงินประจำตำแหน่งขององคมนตรีและรัฐบุรุษ พ.ศ.2551"
ที่ลงนามในสมัยรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม พ.ศ.2551
ขณะเดียวกันองคมนตรียังมีรถประจำตำแหน่งคนละ 1 คัน
ล่าสุดใน ครม.รัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช (19 สิงหาคม 2551)
มีมติอนุมัติจัดสรรงบประมาณขององคมนตรีเป็นจำนวน 87.5 ล้านบาท
เพื่อจัดซื้อรถประจำตำแหน่งประธานองคมนตรี 1 คัน ราคา 6.5 ล้านบาท
และรถประจำตำแหน่งองคมนตรี จำนวน 18 คัน ราคาคันละ 4.5 ล้านบาท
รวม 81 ล้านบาท
มติชน, 07 เมษายน 2552,11:22:03
Subscribe to:
Posts (Atom)