รื้อ "สอยดาว" หลักฐานรุกป่าโผล่!
หลังมือดีหมกไว้ ภาพถ่ายอากาศ สนามกอล์ฟดัง ปทส.ลุยสางคดี
ข่าวสดรายวัน, 03 มีนาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 7034
ตำรวจปทส.พบหลักฐานใหม่ คดี "สนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ฯ" โดนกล่าวหารุกพื้นที่ป่าสอยดาว เผยเจอภาพถ่ายทางอากาศ ผลการแปล ตีความ และวิเคราะห์ ที่ไม่มีในสำนวนสั่งไม่ฟ้อง ขณะทำความสะอาดหน่วยงาน จัดคัดแยกเอกสาร เผยเปรียบเทียบพื้นที่ป่าตั้งแต่ปีพ.ศ.2518 มาจนถึงปี 2545 มีพื้นที่ป่าเท่าไหร่ ก่อนกลายเป็นสนามกอล์ฟ ผบก.ปทส.สั่งรื้อคดี แจ้งอัยการจังหวัดจันทบุรี ก่อนสอบพยานเพิ่มเติม
จากกรณีปัญหาการถือ ครองที่ดินของ สนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ คลับ แอนด์ รีสอร์ท ตั้งอยู่เลขที่ 224 หมู่ 2 ต.ทับไทร อ.โป่งน้ำ ร้อน จ.จันทบุรี เป็นกิจการโรงแรม และสนามกอล์ฟขนาด 18 หลุม มีเนื้อที่ครอบคลุมจำนวน 4,012 ไร่ เป็นของบริษัท สวนจันทบุรี จำกัด ซึ่งดูแลเรื่องที่ดิน และบริษัท จันทบุรีคันทรีคลับ จำกัด ซึ่งดูแลกิจการโรงแรมและสนามกอล์ฟ เนื่องจากเจ้าพนักงานป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ขอให้ดำเนินคดีบริษัท สวนจันทบุรีฯ กับพวก ฐานร่วมกันบุกรุกยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขาสอยดาว และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว
โดยคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อต้นปีพ .ศ.2549 ผู้กล่าวหาคือ นายสุนทร วัชรกุลดิลก และนายสุภัทร สารรัตน์ เจ้าพนักงานป่าไม้ ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาคือ บริษัท สวนจันทบุรี จำกัด, นายประยุทธ ปุณศรี, นายธีระพงษ์ นวนวิไล, นายชาติศิริ โสภพนิช, นายชาลี โสภณพนิช, นายสมบัติ ลีสวัสดิ์ตระกูล, นายนภดล รมยะรูป, นางพิไลจิตร เริงพิทยา, และนายจินดา สอนอำพล รวมทั้งหมด 9 ราย ต่อมาอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง โดยให้เหตุผลประกอบ อาทิ พื้นที่มีเอกสารสิทธิที่ดินล้อมรอบ เป็นพื้นที่จำแนกออกจากป่าไม้ถาวร เทศมนตรีตำบลโป่งน้ำร้อน ยืนยันว่าพื้นที่เกิดเหตุอยู่ในเขตสุขาภิบาล เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ที่ดิน และกำนันในพื้นที่ ยืนยันว่าไม่ได้อยู่ในเขตป่าสงวนฯ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และออกเอกสารสิทธิที่ดินโดยชอบ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มม็อบเสื้อแดงนปช. ยังนำปัญหาการถือครองที่ดิน มาเป็นประเด็นเคลื่อนไหวทางการเมือง เพื่อพาดพิงไปถึง พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ซึ่งเป็นที่ปรึกษาสนามกอล์ฟ รวมไปถึงเจ้าของและผู้ถือหุ้น โดยเฉพาะตระกูลโสภณพนิช ผู้บริหารธนาคารกรุงเทพ โดยจัดชุมนุมใหญ่กันบริเวณที่ตั้งของสนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ฯ ที่ ต.ทับไทร อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี เมื่อปลายเดือน ม.ค.2553 ที่ผ่านมา และต่อด้วยการชุมนุมที่หน้าสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อทวงถามความคืบหน้าคดี และเรียกร้องให้นำเข้าสู่การพิจารณาคดี
ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มี.ค. มีรายงานข่าวจาก บก.ปทส. ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้รับผิดชอบคดีนี้แจ้งว่า ทางเจ้าหน้าที่พบหลักฐานเอกสารสำคัญเกี่ยวกับคดีรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เขาสอย ดาว และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว จ.จันทบุรี โดยสืบเนื่องจากที่ กก.1 บก.ปทส. เรียกประชุมข้าราชการตำรวจในสังกัด เพื่อร่วมกันดำเนินกิจกรรม 5 ส. ในการพัฒนาหน่วยงานให้มีความสะอาดเรียบร้อย ปรากฏว่าขณะที่คัดแยกเอกสาร เพื่อจัดเก็บให้เป็นระเบียบ ปรากฏว่าพบเห็นเอกสาร 1 ฉบับ จึงสำรวจตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า เป็นเอกสารเรื่องแปลภาพถ่ายทางอากาศ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีบริษัทสวนจันทบุรีฯ กับพวก กรณีบุกรุกยึดถือครองครองพื้นที่ป่า
พ.ต.อ.เทวัญ มังคละชาติกุล ผกก.1 ปทส. ตรวจสอบพิจารณาแล้ว จึงแจ้งเรื่องต่อไปยัง พล.ต.ต.มิสกวัน บัวรา ผบก.ปทส. ก่อนจะทำหนังสือแจ้งต่อไปยังอัยการจังหวัดจันทบุรี พร้อมทั้งแนบสำนวนการสอบสวนคดีที่ร้องทุกข์กล่าวโทษบริษัทสวนจันทบุรีฯ กับพวก เพื่อแจ้งว่าได้รับเอกสารสำคัญทางคดี คือสำเนาผลการแปล ตีความ และวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศ และภาพถ่ายทางอากาศ จากนั้นนายสถาพร ภักดีวงศ์ อัยการจังหวัดประจำกรม ปฏิบัติราชการแทนอัยการจังหวัดจันทบุรี จึงทำหนังสือแจ้งกับมายัง ผบก.ปทส.ให้สอบสวนพยานเพิ่มเติม และให้พนักงานสอบสวนส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมต่อพนักงานอัยการภายในวันที่ 15 มี.ค.2553
รายงานข่าวแจ้งว่า หลักฐานสำคัญที่อาจนำมาสู่การดำเนินคดีบุกรุกเขาสอยดาวของสนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ฯ ครั้งใหม่ ก็คือผลการแปล ตีความ และวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศ และภาพถ่ายทางอากาศที่ได้รับการแปล ตีความและวิเคราะห์ โดยเปรียบเทียบภาพถ่ายทางอากาศในปีพ.ศ.2518, พ.ศ.2539, และ พ.ศ.2545 ที่สำคัญ และอยู่ในการถือครองของสนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ฯ มีดังนี้
เอกสารสิทธิ หรือพื้นที่ครอบครอง น.ส.3 เลขที่ 108 พ.ศ.2518 มีพื้นที่ป่าไม้ ร้อยละ 57.1 เป็นพื้นที่ทำการเกษตร ร้อยละ 42.9 ต่อมาปีพ.ศ.2545 พื้นที่ป่าไม้เหลือ ร้อยละ 14.3 พื้นที่สนามกอล์ฟ ร้อยละ 14.3 และเป็นพื้นที่น้ำ ร้อยละ 71.4
เอกสารสิทธิ หรือพื้นที่ครอบครอง น.ส.3 เลขที่ 109 พ.ศ.2518 มีพื้นที่ป่าไม้ร้อยละ 95.2 พื้นที่ทำการเกษตร ร้อยละ 4.8 พอมาปีพ.ศ.2548 พื้นที่ป่าไม้เหลือ ร้อยละ 53.6 พื้นที่สนามกอล์ฟ ร้อยละ 46.4
โฉนดที่ดินเลขที่ 674 ปีพ.ศ.2518 มีป่าไม้ ร้อยละ 71.7 พื้นที่ทำการเกษตร ร้อยละ 28.3 พอมาปีพ.ศ.2545 ป่าไม้เหลือ ร้อยละ 6.8 สนามกอล์ฟ ร้อยละ 77 และพื้นที่น้ำ ร้อยละ 16.2
โฉนด ที่ดินเลขที่ 675 ในปีพ.ศ.2518 มีป่าไม้ ร้อยละ 87.4 การเกษตร ร้อยละ 12.6 พอมาปีพ.ศ.2545 เหลือป่าไม้ ร้อยละ 41 พื้นที่ทำการเกษตร ร้อยละ 2.5 สนามกอล์ฟ ร้อยละ 42 และพื้นที่น้ำ ร้อยละ 4.5
โฉนดที่ดินเลขที่ 676 ในปีพ.ศ.2518 มีป่าไม้ร้อยละ 65.4 พื้นที่ทำการเกษตร ร้อยละ 34.6 พอมาปีพ.ศ.พ.ศ.2545 ป่าไม้ ร้อยละ 22.3 พื้นที่เกษตร ร้อยละ 48.8 สนามกอล์ฟ ร้อยละ 19.1 พื้นที่น้ำ ร้อยละ 9.8
และโฉนดที่ดินเลขที่ 678 พ.ศ.2518 มีป่าไม้ ร้อยละ 80.5 พื้นที่ทำการเกษตร ร้อยละ 19.5 พ.ศ.2545 ป่าไม้เหลือ ร้อยละ 5 พื้นที่ทำการเกษตร ร้อยละ 69.8 สนามกอล์ฟ ร้อยละ 19.5 และพื้นที่น้ำ ร้อยละ 5.7
นอกจากนี้ ยังมีเอกสารสิทธิ หรือพื้นที่ครอบครอง ที่เป็นแปลงที่เตรียมออกเอกสารสิทธิ โฉนดที่ดิน 1 (17) พ.ศ.2518 มีป่าไม้เต็มพื้นที่ พ.ศ.2545 ป่าไม้ลดเหลือร้อยละ 27.8 กลายเป็นสนามกอล์ฟ ร้อยละ 72.2, แปลงที่เตรียมออกเอกสารสิทธิ โฉนดที่ดิน 2 (15) ป่าไม้เต็มพื้นที่ พอมาปีพ.ศ.2545 ป่าไม้ลดเหลือ ร้อยละ 90.5 สนามกอล์ฟ ร้อยละ 9.5, แปลงที่เตรียมออกเอกสารสิทธิ โฉนดที่ดิน 6 (14) ป่าไม้เต็มพื้นที่ แต่ปีพ.ศ.2545 ป่าไม้ลดเหลือ ร้อยละ 81 พื้นที่น้ำ ร้อยละ 19, และ แปลงที่เตรียมออกเอกสารสิทธิ โฉนดที่ดิน 7 (13) ในปีพ.ศ.2518 ป่าไม้เต็มพื้นที่ พอมาปีพ.ศ.2545 ป่าไม้ลดเหลือ ร้อยละ 60.9 ที่เหลือเป็นพื้นที่ทำการเกษตร ร้อยละ 39.1
ข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับพื้นที่ที่อยู่ในการถือครองของสนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ฯ แบ่งออกเป็นพื้นที่ส่วนที่เป็นสนามกอล์ฟ โรงแรม และสวนเกษตร ประกอบด้วยที่ดินแปลงใหญ่ 4 แปลง ได้แก่โฉนดที่ดินเลขที่ 674, 675, 676, และ 678 รวม 2,845 ไร่ 3 งาน 67.7 ตารางวา พื้นที่ส่วนที่ติดอยู่กับสนามกอล์ฟ โรงแรม และสวนเกษตร ไปจนถึงทางเข้าโครงการ ประกอบด้วยที่ดินแปลงย่อย จำนวน 19 แปลง รวมเนื้อที่ 642 ไร่ 2 งาน 84.6 ตารางวา และสุดท้ายเป็นพื้นที่ที่ถูกดำเนินคดี จำนวน 482 ไร่ 3 งาน 78 ตารางวา ซึ่งถูกกล่าวหาและโต้แย้งว่าบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเขาสอยดาว และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว
http://img691.imageshack.us/img691/7194/p0102030353p1.jpg
Showing posts with label เปรม. Show all posts
Showing posts with label เปรม. Show all posts
Wednesday, March 3, 2010
Monday, March 1, 2010
ป๋าเปรม แบงก์กรุงเทพ สนามกอล์ฟ"เขาสอยดาว" คอนเนกชั่น"อมตะ"อภิมหาทุนไทย?
ป๋าเปรม แบงก์กรุงเทพ สนามกอล์ฟ"เขาสอยดาว" คอนเนกชั่น"อมตะ"อภิมหาทุนไทย?
จากกรณี เขายายเที่ยง ทำให้ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี และองคมนตรี กลืนไม่เข้า คายไม่ออก แล้ว ไฟก็ลาม ไปถึง สนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี โดยกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ทิ่มแทงว่า การใช้กฎหมายบ้านนี้ เมืองนี้ มี "2 มาตรฐาน"
เสื้อแดงประกาศว่าพื้นที่กว่า 400 ไร่ จากทั้งหมดกว่า 4,000 ไร่ ทับซ้อนกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว และเขตป่าไม้ถาวร และถูกร้องเรียนเมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการลงโทษผู้กระทำผิดหรือเพิกถอนเอกสารสิทธิ์แต่อย่างใด
จากเขายายเที่ยง ถึงเขาสอยดาวเป็นการรุกเข้าตี กองบัญชาการของ "กลุ่มทุนเก่าและกลุ่มอำมาตย์" เข้าอย่างจังและได้ผลดีเกินคาด
เพราะคนทั่วไป ที่ไม่ใช่ เหลือง และแดงก็เห็นกันชัดๆ ว่า...มันไม่แฟร์ !!!!
ย้อนอดีตกลับไปดู ปัญหาการบุกรุกเขาสอยดาวเกิดขึ้นตั้งแต่ 2544 ชาวบ้านในพื้นที่ได้ร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการเกษตรฯ ของวุฒิสภา
ผลจากการเข้าตรวจสอบของกรมป่าไม้ โดย นายสุนทร วัชรกุลดิลก ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและปราบปราม ตรวจสอบพบว่ามีการบุกรุกจริง เป็นการบุกรุกทับซ้อนพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และสรุปรายชื่อพร้อมเอกสารส่งให้พนักงานสอบสวนในเดือนสิงหาคม 2546 ทว่าพนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนให้อัยการจังหวัดจันทบุรีเมื่อกลางปี 2550
เมื่อสำนวนถึงอัยการ ปรากฏว่าอัยการตีกลับไปให้พนักงานสอบสวนสอบสวนเพิ่มเติม จนถึงขณะนี้อัยการยังไม่ได้ส่งฟ้องต่อศาลแต่อย่างใด ...
ถ้าหากตัดเรื่องการเมืองซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงหยิบมาใช้เป็นประเด็น "มุ่งทำลาย" ความน่าเชื่อถือของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ โดยเชื่อมโยงว่ามีคอนเน็กชั่นพิเศษกับตระกูลโสภณพนิช นายทุนอันดับต้นของพรรคประชาธิปัตย์ ออกไป
มองในแง่ข้อเท็จจริง โดยเฉพาะ "ผู้ถือครองหุ้น" ในสนามกอล์ฟชื่อดังแห่งนี้ กลับเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
จากการตรวจสอบข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า สนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ จดทะเบียนในนามบริษัท จันทบุรีคันทรีคลับ จำกัด เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2533 ทุนเริ่มแรก 100 ล้านบาท ต่อมาเพิ่มทุนอีกหลายครั้ง กระทั่งล่าสุด 300 ล้านบาท
ในช่วงก่อตั้ง มีผู้ถือหุ้น 18 ราย ได้แก่ บริษัท สวนจันทบุรี จำกัด 490,000 หุ้น นายชาตรี โสภณพนิช 232,999 หุ้น นางสาวสุชาดา โสภณพนิช 40,000 หุ้น นายวีระ รมยะรูป 4,000 หุ้น นายชาติศิริ โสภณพนิช 30,000 หุ้น นายชาลี โสภณพนิช 30,000 หุ้น พล.ต.อ.ณรงค์ มหานนท์ 4,000 หุ้น พล.ต.อ.เสน่ห์ สิทธิพันธ์ 2,000 หุ้น ม.ล.วิทยา จักรพันธ์ 20,000 หุ้น นายจินดา ศรอำพล 20,000 หุ้น เป็นต้น
ปี 2536 เพิ่มทุนเป็น 162.5 ล้านบาท ผู้ถือหุ้น 10 ราย ผู้ถือหุ้นหลัก บริษัท สวนจันทบุรี จำกัด ตระกูลโสภณพนิช และ กลุ่มอิตาเลี่ยน-ไทย ได้แก่ นายเปรมชัย กรรณสูต น.พ.ชัยยุทธ กรรณสูต นายอดิศร จรณะจิตต์ นางนิจพร จรณะจิตต์ นางพิไลจิตร เริงพิทยา นายสงวน จันทรานุกูล และ พล.ต.อ.ณรงค์ มหานนท์
ปี 2539 เพิ่มทุน 200 ล้านบาท ตระกูลโสภณพนิชและตระกูลกรรณสูต ถือหุ้นใหญ่เหมือนเดิม แต่มีการกระจายหุ้นให้นักธุรกิจดังในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จำนวนมาก อาทิ
กลุ่ม บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี ของ นายประยุทธ มหากิจศิริ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย, บริษัท เกษตรรุ่งเรืองพืชผล จำกัด, บริษัท เมโทรแมชีนเนอรี่ จำกัด, บมจ.ธนายง, บมจ.ยูนิเวสท์แลนด์, กลุ่ม ซี.พี., บมจ.ศรีไทยซุปเปอร์แวร์, นายสมบัติ เพ็ชรตระกูล, บริษัท เดอะมอลล์กรุ๊ป, นายวิชัย กฤษดาธานนท์, บริษัท ช.การช่าง จำกัด, พล.อ.ท.เกษม อินจัน, บมจ.กรุงเทพประกันภัย, บริษัท ลีนุตพงษ์ จำกัด, นายชาย โฆษะวิสุทธ์, นายพิทักษ์ รังษีธรรม, บริษัท ตรังผลิตภัณฑ์อาหารทะเล จำกัด, นายบุญเลิศ ลาภาโรจน์กิจ, กลุ่มสงวนพาณิชย์สงขลา, นายไพศาล มานะศิลป์ กลุ่มเจ้าของห้างคลังพลาซ่าในโคราช, นายบรรเลง รอบบรรเจิด เจ้าของห้างทอปแลนด์ จ.พิษณุโลก, นายเจริญ พัฒนดำรงจิตร, นายบุรินทร์ บุริสตระกุล นักธุรกิจอสังหาฯ จ.ขอนแก่น
รวมทั้ง นายนพดล พิทักษ์วาณิชย์ ผู้ขายที่ดินบนเขายายเที่ยงให้คนใกล้ชิด พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์
ขณะที่ บริษัท สวนจันทบุรี จำกัด เดิมชื่อ บริษัท ชาเตรียนการเกษตร จำกัด ก่อตั้งวันที่ 28 กันยายน 2531 ทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 200 ล้านบาท ต่อมาเพิ่มเป็น 400 ล้านบาท กระทั่งในปี 2543 ลดเหลือ 100 ล้านบาท
ในช่วงก่อตั้ง มีผู้ถือหุ้น 16 ราย โดยมี บริษัท ชาเตรียนโฮลดิ้ง จำกัด และ บริษัท จตุบุตรโฮลดิ้ง จำกัด บริษัทส่วนตัวของนายชาตรี โสภณพนิช ถือหุ้นใหญ่ 200,000 หุ้น นายสมศักดิ์ ปัฐพาณิชย์โชติ 150,000 หุ้น คนอื่น อาทิ นายบุญนำ บุญนำทรัพย์ พล.ต.อ.ณรงค์ มหานนท์ พล.ต.อ.เสน่ห์ สิทธิพันธ์ นายเดช นำศิริกุล นายธนาวุธ ศรีบุญเรือง นายจินดา ศรอำพล
ปี 2535 เครือตระกูลโสภณพนิช ถือหุ้นใหญ่ร่วมกับ บริษัท อิตัลไทยโฮลดิ้ง คัมปะนี และ บริษัท อิตาเลียน-ไทย ดีเวล๊อปเม้นท์ คอร์ปอเรชั่น ขณะที่ผู้ถือหุ้นอื่นไม่เปลี่ยนแปลง
ปัจจุบัน บริษัท บิ๊ก เวิลด์ สยาม จำกัด ของ นายจริยะ วงศ์ถ้วยทอง ถือหุ้น 21.4% นายชาลี โสภณพนิช 18.8% บริษัท ชาเตรียนโฮลดิ้ง จำกัด 10% บริษัท ศักดิ์สินประสิทธิ์ จำกัด ตระกูลจรณะจิตต์ 8.5% นายชาตรี โสภณพนิช 5% นายนภดล รมยะรูป 5% นายสมศักดิ์ ปัฐพาณิชย์โชติ 4.5% ตระกูลกรรณสูต 4.5%
ทั้ง บริษัท จันทบุรีคันทรีคลับ จำกัด และ บริษัท สวนจันทบุรี จำกัด มีกรรมการชุดเดียวกัน คือ นางสุชาดา ลีสวัสดิ์ตระกูล นายนภดล รมยะรูป นายชาลี โสภณพนิช นายโชติชัย อรรถวิภัชน์ นายเปรมชัย กรรณสูต นางนิจพร จรณะจิตต์ นางพิไลจิตร เริงพิทยาและ นายยุทธชัย จรณะจิตต์
พิศดูรายชื่อ ทั้งหมด ก็เข้าใจได้ว่า ทำไม พวกเสื้อแดง ถึงกระเหี้ยนกระหือรือ เป็นยิ่งนัก !!!!
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์, 23 มกราคม 2553
จากกรณี เขายายเที่ยง ทำให้ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี และองคมนตรี กลืนไม่เข้า คายไม่ออก แล้ว ไฟก็ลาม ไปถึง สนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี โดยกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ทิ่มแทงว่า การใช้กฎหมายบ้านนี้ เมืองนี้ มี "2 มาตรฐาน"
เสื้อแดงประกาศว่าพื้นที่กว่า 400 ไร่ จากทั้งหมดกว่า 4,000 ไร่ ทับซ้อนกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว และเขตป่าไม้ถาวร และถูกร้องเรียนเมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการลงโทษผู้กระทำผิดหรือเพิกถอนเอกสารสิทธิ์แต่อย่างใด
จากเขายายเที่ยง ถึงเขาสอยดาวเป็นการรุกเข้าตี กองบัญชาการของ "กลุ่มทุนเก่าและกลุ่มอำมาตย์" เข้าอย่างจังและได้ผลดีเกินคาด
เพราะคนทั่วไป ที่ไม่ใช่ เหลือง และแดงก็เห็นกันชัดๆ ว่า...มันไม่แฟร์ !!!!
ย้อนอดีตกลับไปดู ปัญหาการบุกรุกเขาสอยดาวเกิดขึ้นตั้งแต่ 2544 ชาวบ้านในพื้นที่ได้ร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการเกษตรฯ ของวุฒิสภา
ผลจากการเข้าตรวจสอบของกรมป่าไม้ โดย นายสุนทร วัชรกุลดิลก ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและปราบปราม ตรวจสอบพบว่ามีการบุกรุกจริง เป็นการบุกรุกทับซ้อนพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และสรุปรายชื่อพร้อมเอกสารส่งให้พนักงานสอบสวนในเดือนสิงหาคม 2546 ทว่าพนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนให้อัยการจังหวัดจันทบุรีเมื่อกลางปี 2550
เมื่อสำนวนถึงอัยการ ปรากฏว่าอัยการตีกลับไปให้พนักงานสอบสวนสอบสวนเพิ่มเติม จนถึงขณะนี้อัยการยังไม่ได้ส่งฟ้องต่อศาลแต่อย่างใด ...
ถ้าหากตัดเรื่องการเมืองซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงหยิบมาใช้เป็นประเด็น "มุ่งทำลาย" ความน่าเชื่อถือของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ โดยเชื่อมโยงว่ามีคอนเน็กชั่นพิเศษกับตระกูลโสภณพนิช นายทุนอันดับต้นของพรรคประชาธิปัตย์ ออกไป
มองในแง่ข้อเท็จจริง โดยเฉพาะ "ผู้ถือครองหุ้น" ในสนามกอล์ฟชื่อดังแห่งนี้ กลับเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
จากการตรวจสอบข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า สนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ จดทะเบียนในนามบริษัท จันทบุรีคันทรีคลับ จำกัด เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2533 ทุนเริ่มแรก 100 ล้านบาท ต่อมาเพิ่มทุนอีกหลายครั้ง กระทั่งล่าสุด 300 ล้านบาท
ในช่วงก่อตั้ง มีผู้ถือหุ้น 18 ราย ได้แก่ บริษัท สวนจันทบุรี จำกัด 490,000 หุ้น นายชาตรี โสภณพนิช 232,999 หุ้น นางสาวสุชาดา โสภณพนิช 40,000 หุ้น นายวีระ รมยะรูป 4,000 หุ้น นายชาติศิริ โสภณพนิช 30,000 หุ้น นายชาลี โสภณพนิช 30,000 หุ้น พล.ต.อ.ณรงค์ มหานนท์ 4,000 หุ้น พล.ต.อ.เสน่ห์ สิทธิพันธ์ 2,000 หุ้น ม.ล.วิทยา จักรพันธ์ 20,000 หุ้น นายจินดา ศรอำพล 20,000 หุ้น เป็นต้น
ปี 2536 เพิ่มทุนเป็น 162.5 ล้านบาท ผู้ถือหุ้น 10 ราย ผู้ถือหุ้นหลัก บริษัท สวนจันทบุรี จำกัด ตระกูลโสภณพนิช และ กลุ่มอิตาเลี่ยน-ไทย ได้แก่ นายเปรมชัย กรรณสูต น.พ.ชัยยุทธ กรรณสูต นายอดิศร จรณะจิตต์ นางนิจพร จรณะจิตต์ นางพิไลจิตร เริงพิทยา นายสงวน จันทรานุกูล และ พล.ต.อ.ณรงค์ มหานนท์
ปี 2539 เพิ่มทุน 200 ล้านบาท ตระกูลโสภณพนิชและตระกูลกรรณสูต ถือหุ้นใหญ่เหมือนเดิม แต่มีการกระจายหุ้นให้นักธุรกิจดังในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จำนวนมาก อาทิ
กลุ่ม บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี ของ นายประยุทธ มหากิจศิริ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย, บริษัท เกษตรรุ่งเรืองพืชผล จำกัด, บริษัท เมโทรแมชีนเนอรี่ จำกัด, บมจ.ธนายง, บมจ.ยูนิเวสท์แลนด์, กลุ่ม ซี.พี., บมจ.ศรีไทยซุปเปอร์แวร์, นายสมบัติ เพ็ชรตระกูล, บริษัท เดอะมอลล์กรุ๊ป, นายวิชัย กฤษดาธานนท์, บริษัท ช.การช่าง จำกัด, พล.อ.ท.เกษม อินจัน, บมจ.กรุงเทพประกันภัย, บริษัท ลีนุตพงษ์ จำกัด, นายชาย โฆษะวิสุทธ์, นายพิทักษ์ รังษีธรรม, บริษัท ตรังผลิตภัณฑ์อาหารทะเล จำกัด, นายบุญเลิศ ลาภาโรจน์กิจ, กลุ่มสงวนพาณิชย์สงขลา, นายไพศาล มานะศิลป์ กลุ่มเจ้าของห้างคลังพลาซ่าในโคราช, นายบรรเลง รอบบรรเจิด เจ้าของห้างทอปแลนด์ จ.พิษณุโลก, นายเจริญ พัฒนดำรงจิตร, นายบุรินทร์ บุริสตระกุล นักธุรกิจอสังหาฯ จ.ขอนแก่น
รวมทั้ง นายนพดล พิทักษ์วาณิชย์ ผู้ขายที่ดินบนเขายายเที่ยงให้คนใกล้ชิด พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์
ขณะที่ บริษัท สวนจันทบุรี จำกัด เดิมชื่อ บริษัท ชาเตรียนการเกษตร จำกัด ก่อตั้งวันที่ 28 กันยายน 2531 ทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 200 ล้านบาท ต่อมาเพิ่มเป็น 400 ล้านบาท กระทั่งในปี 2543 ลดเหลือ 100 ล้านบาท
ในช่วงก่อตั้ง มีผู้ถือหุ้น 16 ราย โดยมี บริษัท ชาเตรียนโฮลดิ้ง จำกัด และ บริษัท จตุบุตรโฮลดิ้ง จำกัด บริษัทส่วนตัวของนายชาตรี โสภณพนิช ถือหุ้นใหญ่ 200,000 หุ้น นายสมศักดิ์ ปัฐพาณิชย์โชติ 150,000 หุ้น คนอื่น อาทิ นายบุญนำ บุญนำทรัพย์ พล.ต.อ.ณรงค์ มหานนท์ พล.ต.อ.เสน่ห์ สิทธิพันธ์ นายเดช นำศิริกุล นายธนาวุธ ศรีบุญเรือง นายจินดา ศรอำพล
ปี 2535 เครือตระกูลโสภณพนิช ถือหุ้นใหญ่ร่วมกับ บริษัท อิตัลไทยโฮลดิ้ง คัมปะนี และ บริษัท อิตาเลียน-ไทย ดีเวล๊อปเม้นท์ คอร์ปอเรชั่น ขณะที่ผู้ถือหุ้นอื่นไม่เปลี่ยนแปลง
ปัจจุบัน บริษัท บิ๊ก เวิลด์ สยาม จำกัด ของ นายจริยะ วงศ์ถ้วยทอง ถือหุ้น 21.4% นายชาลี โสภณพนิช 18.8% บริษัท ชาเตรียนโฮลดิ้ง จำกัด 10% บริษัท ศักดิ์สินประสิทธิ์ จำกัด ตระกูลจรณะจิตต์ 8.5% นายชาตรี โสภณพนิช 5% นายนภดล รมยะรูป 5% นายสมศักดิ์ ปัฐพาณิชย์โชติ 4.5% ตระกูลกรรณสูต 4.5%
ทั้ง บริษัท จันทบุรีคันทรีคลับ จำกัด และ บริษัท สวนจันทบุรี จำกัด มีกรรมการชุดเดียวกัน คือ นางสุชาดา ลีสวัสดิ์ตระกูล นายนภดล รมยะรูป นายชาลี โสภณพนิช นายโชติชัย อรรถวิภัชน์ นายเปรมชัย กรรณสูต นางนิจพร จรณะจิตต์ นางพิไลจิตร เริงพิทยาและ นายยุทธชัย จรณะจิตต์
พิศดูรายชื่อ ทั้งหมด ก็เข้าใจได้ว่า ทำไม พวกเสื้อแดง ถึงกระเหี้ยนกระหือรือ เป็นยิ่งนัก !!!!
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์, 23 มกราคม 2553
Tuesday, April 7, 2009
ข้อควรรู้เกี่ยวกับ องคมนตรี
ข้อควรรู้เกี่ยวกับ องคมนตรี
องคมนตรี ตามพจนานุกรม หมายถึง ผู้มีตำแหน่งที่ปรึกษาในพระองค์พระมหากษัตริย์
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 หมวด 2 พระมหากษัตริย์ มาตรา 12 บัญญัติไว้ว่า "พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและทรงแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานองคมนตรีคน หนึ่ง และองคมนตรีอื่นอีกไม่เกินสิบแปดคน ประกอบเป็นคณะองคมนตรี คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวง ที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา และมีหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญนี้"
ขณะเดียวกัน มาตรา 13 บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า "การเลือกและแต่งตั้งองคมนตรี หรือการให้องคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานองคมนตรี หรือให้ประธานองคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งองคมนตรีอื่น หรือให้องคมนตรีอื่นพ้นจากตำแหน่ง"
นอกจากนี้ มาตรา 14 ระบุว่า องคมนตรีต้องไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลปกครอง กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ หรือสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง และต้องไม่แสดงการฝักใฝ่ในพรรคการเมืองใดๆ
ในขณะที่ มาตรา 16 บัญญัติไว้ว่า "องคมนตรีพ้นจากตำแหน่งเมื่อตาย ลาออก หรือมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง"
บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญกำหนดชัดเจนว่า การเลือกและการแต่งตั้งองคมนตรี หรือการให้องคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย
ปัจจุบัน คณะองคมนตรีมี 19 คน ประกอบด้วย ประธานองคมนตรี 1 คน และองคมนตรีไม่เกิน 18 คน โดยมี
พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อายุ 88 ปี เป็นประธานองคมนตรี
ส่วนองคมนตรีทั้ง 18 คน ประกอบด้วย
พลอากาศเอกสิทธิ เศวตศิลา อายุ 90 ปี
พลอากาศเอกกำธน สินธวานนท์ อายุ 83 ปี
นายธานินทร์ กรัยวิเชียร อายุ 82 ปี
นายเชาว์ ณ ศีลวันต์ อายุ 81 ปี
นายจำรัส เขมะจารุ อายุ 79 ปี
นายอำพล เสนาณรงค์ อายุ 78 ปี
พลเอกพิจิตร กุลละวณิชย์ อายุ 77 ปี
พลเรือเอก หม่อมหลวงอัศนี ปราโมช อายุ 75 ปี
นายสวัสดิ์ วัฒนายากร อายุ 75 ปี
หม่อมราชวงศ์เทพกมล เทวกุล อายุ 73 ปี
น.พ.เกษม วัฒนชัย อายุ 67 ปี
นายสันติ ทักราล อายุ 67 ปี
พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ อายุ 65 ปี
พลเรือเอกชุมพล ปัจจุสานนท์ อายุ 64 ปี
นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ อายุ 64 ปี
นายศุภชัย ภู่งาม อายุ 63 ปี
นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ อายุ 62 ปี
และนายพลากร สุวรรณรัฐ อายุ 60 ปี
ทั้งนี้ องคมนตรีมีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีทั้ง 19 คน ประกอบด้วย ด้านนิติศาสตร์ 8 คน ด้านการทหาร 4 คน ด้านวิศวกรรม 4 คน ด้านวิทยาศาสตร์ 1 คน ด้านรัฐศาสตร์ 1 คน และด้านการเกษตร 1 คน ส่วนสถานะสมรส 14 คน และเป็นโสด หรือม่าย 5 คน
ในจำนวนนี้มีองคมนตรีเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 3 คน คือ นายธานินทร์ พลเอกเปรม และพลเอกสุรยุทธ์
นอกจากนี้องคมนตรียังได้รับเงินเดือนประจำตำแหน่ง เดือนละ 112,250 บาท
ส่วนประธานองคมนตรีได้รับเงินประจำตำแหน่ง เดือนละ 121,990 บาท
ส่วนรัฐบุรุษได้รับเงินประจำตำแหน่ง เดือนละ 121,990 บาท
ตาม "พระราชกฤษฎีกาเงินประจำตำแหน่งขององคมนตรีและรัฐบุรุษ พ.ศ.2551"
ที่ลงนามในสมัยรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม พ.ศ.2551
ขณะเดียวกันองคมนตรียังมีรถประจำตำแหน่งคนละ 1 คัน
ล่าสุดใน ครม.รัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช (19 สิงหาคม 2551)
มีมติอนุมัติจัดสรรงบประมาณขององคมนตรีเป็นจำนวน 87.5 ล้านบาท
เพื่อจัดซื้อรถประจำตำแหน่งประธานองคมนตรี 1 คัน ราคา 6.5 ล้านบาท
และรถประจำตำแหน่งองคมนตรี จำนวน 18 คัน ราคาคันละ 4.5 ล้านบาท
รวม 81 ล้านบาท
มติชน, 07 เมษายน 2552,11:22:03
องคมนตรี ตามพจนานุกรม หมายถึง ผู้มีตำแหน่งที่ปรึกษาในพระองค์พระมหากษัตริย์
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 หมวด 2 พระมหากษัตริย์ มาตรา 12 บัญญัติไว้ว่า "พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและทรงแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานองคมนตรีคน หนึ่ง และองคมนตรีอื่นอีกไม่เกินสิบแปดคน ประกอบเป็นคณะองคมนตรี คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวง ที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา และมีหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญนี้"
ขณะเดียวกัน มาตรา 13 บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า "การเลือกและแต่งตั้งองคมนตรี หรือการให้องคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานองคมนตรี หรือให้ประธานองคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งองคมนตรีอื่น หรือให้องคมนตรีอื่นพ้นจากตำแหน่ง"
นอกจากนี้ มาตรา 14 ระบุว่า องคมนตรีต้องไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลปกครอง กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ หรือสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง และต้องไม่แสดงการฝักใฝ่ในพรรคการเมืองใดๆ
ในขณะที่ มาตรา 16 บัญญัติไว้ว่า "องคมนตรีพ้นจากตำแหน่งเมื่อตาย ลาออก หรือมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง"
บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญกำหนดชัดเจนว่า การเลือกและการแต่งตั้งองคมนตรี หรือการให้องคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย
ปัจจุบัน คณะองคมนตรีมี 19 คน ประกอบด้วย ประธานองคมนตรี 1 คน และองคมนตรีไม่เกิน 18 คน โดยมี
พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อายุ 88 ปี เป็นประธานองคมนตรี
ส่วนองคมนตรีทั้ง 18 คน ประกอบด้วย
พลอากาศเอกสิทธิ เศวตศิลา อายุ 90 ปี
พลอากาศเอกกำธน สินธวานนท์ อายุ 83 ปี
นายธานินทร์ กรัยวิเชียร อายุ 82 ปี
นายเชาว์ ณ ศีลวันต์ อายุ 81 ปี
นายจำรัส เขมะจารุ อายุ 79 ปี
นายอำพล เสนาณรงค์ อายุ 78 ปี
พลเอกพิจิตร กุลละวณิชย์ อายุ 77 ปี
พลเรือเอก หม่อมหลวงอัศนี ปราโมช อายุ 75 ปี
นายสวัสดิ์ วัฒนายากร อายุ 75 ปี
หม่อมราชวงศ์เทพกมล เทวกุล อายุ 73 ปี
น.พ.เกษม วัฒนชัย อายุ 67 ปี
นายสันติ ทักราล อายุ 67 ปี
พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ อายุ 65 ปี
พลเรือเอกชุมพล ปัจจุสานนท์ อายุ 64 ปี
นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ อายุ 64 ปี
นายศุภชัย ภู่งาม อายุ 63 ปี
นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ อายุ 62 ปี
และนายพลากร สุวรรณรัฐ อายุ 60 ปี
ทั้งนี้ องคมนตรีมีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีทั้ง 19 คน ประกอบด้วย ด้านนิติศาสตร์ 8 คน ด้านการทหาร 4 คน ด้านวิศวกรรม 4 คน ด้านวิทยาศาสตร์ 1 คน ด้านรัฐศาสตร์ 1 คน และด้านการเกษตร 1 คน ส่วนสถานะสมรส 14 คน และเป็นโสด หรือม่าย 5 คน
ในจำนวนนี้มีองคมนตรีเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 3 คน คือ นายธานินทร์ พลเอกเปรม และพลเอกสุรยุทธ์
นอกจากนี้องคมนตรียังได้รับเงินเดือนประจำตำแหน่ง เดือนละ 112,250 บาท
ส่วนประธานองคมนตรีได้รับเงินประจำตำแหน่ง เดือนละ 121,990 บาท
ส่วนรัฐบุรุษได้รับเงินประจำตำแหน่ง เดือนละ 121,990 บาท
ตาม "พระราชกฤษฎีกาเงินประจำตำแหน่งขององคมนตรีและรัฐบุรุษ พ.ศ.2551"
ที่ลงนามในสมัยรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม พ.ศ.2551
ขณะเดียวกันองคมนตรียังมีรถประจำตำแหน่งคนละ 1 คัน
ล่าสุดใน ครม.รัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช (19 สิงหาคม 2551)
มีมติอนุมัติจัดสรรงบประมาณขององคมนตรีเป็นจำนวน 87.5 ล้านบาท
เพื่อจัดซื้อรถประจำตำแหน่งประธานองคมนตรี 1 คัน ราคา 6.5 ล้านบาท
และรถประจำตำแหน่งองคมนตรี จำนวน 18 คัน ราคาคันละ 4.5 ล้านบาท
รวม 81 ล้านบาท
มติชน, 07 เมษายน 2552,11:22:03
Subscribe to:
Posts (Atom)