แพทย์ชนบทปูด 4 ข้อส่อทุจริต ซื้อเครื่องมือแพทย์ไทยเข้มแข็ง
"แพทย์ชนบท" ออกโรงแฉไทยเข้มแข็งซ้ำ 4 ประเด็นส่อเค้าทุจริต เสนอรื้อโครงการใหม่ เชื่อประหยัดงบได้หมื่นล้าน ปูดค่าหัวคิวซื้อรถหวอ 1,000 คันๆ ละ 1 แสนบาท ราคากลางก่อสร้างเพิ่ม 20-50% ชี้ "ยูวี-แฟน" ตัวแทนจำหน่ายสนิทเมียนักการเมืองชื่อดัง ด้าน "วิทยา" รายงานโครงการไทยเข้มแข็งส่งกลิ่นให้ นายกฯ ทราบแล้ว ยันยังไม่มีการจัดซื้อจัดจ้าง
นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ได้รายงานนายกรัฐมนตรีเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์ความไม่ชอบมาพากลโครงการภาย ใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 (แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2) หรือ "SP2" มูลค่า 86,685.61 ล้านบาทของกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะการจัดซื้อเครื่องทำลายเชื้อโรคด้วยระบบแสงอัลตราไวโอเลต (UV-FAN) ว่า เบื้องต้นนายกรัฐมนตรีเข้าใจว่ามีการประมูลจัดซื้อเรียบร้อยแล้ว ซึ่งได้อธิบายข้อเท็จจริงว่าเรื่องนี้ยังไม่ได้มีการจัดซื้อจัดจ้าง ส่วนการทุจริตตนก็ทราบจากนักข่าว ไม่มีใครร้องเรียนมายังตนโดยตรง ซึ่งนายกฯก็รับทราบ แต่ก็ไม่ได้ให้คำแนะนำใดๆ
แต่ยืนยันว่า การติดตามการทุจริตยังมีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คอยตรวจสอบอยู่แล้ว ส่วนกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ก็ได้ตั้งคณะกรรมการอีก 1 ชุด ในการพิจารณาการจัดซื้อ โดยมีตัวแทนจาก รพ.ศูนย์ รพ.ทั่วไป รพ.ชุมชน สสจ. ตัวแทนผู้ตรวจกระทรวง ร่วมดำเนินการทบทวนเพื่อความโปร่งใส และเรื่องนี้อาจให้คณะกรรมการตรวจสอบดูก่อน ก่อนที่จะดำเนินโครงการไทยเข้มแข็ง
นายวิทยา กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีเครื่องทำลายเชื้อโรคด้วยระบบแสงอัลตราไวโอเลตที่มีรายชื่อบริษัท จำหน่ายในเอกสารแนบท้าย เรื่องนี้จะจริงหรือเปล่ายังไม่รู้ ต้องตามดูว่าออกมาจากจังหวัดใด ว่าเป็นแบบใด มีใครเอาชื่อไปใส่หรือเปล่า ต้องไปตามข้อมูลจากผู้ที่นำมาเผยแพร่ เพราะหากไปแกล้งคนดีๆ ก็จะเสียหาย ตนไม่อยากใครเป็นเหยื่อ คนดีๆ ต้องได้รับการปกป้อง
ด้าน นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ประธานชมรมแพทย์ชนบท กล่าวว่า ควรมีการทบทวนดังนี้
1.ราคาการก่อสร้างอาคาร ซึ่งมีราคากลางสูงเพิ่มขึ้น 30-50% จากราคาการก่อสร้างในปี 2551
ดังนั้นน่าจะมีการรื้อและทบทวนโครงการใหม่ หากทำได้จะประหยัดงบประมาณกว่า 10,000 ล้านบาท เช่น อาคารหอพักพยาบาลที่สเปคเดียวกันจากเดิมราคากลาง 6.67 ล้านบาท แต่ปัจจุบันเพิ่มเป็น 9.57 ล้านบาท
2.มีการร้องเรียนบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการเมือง เข้าไปวิ่งเต้นโครงการใหญ่ 700-800 ล้านบาท ที่ จ.พิษณุโลกและนครสวรรค์
เพราะมีโควตาบางบริษัทที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองจองไว้แล้ว กรณีนี้เป็นโจรร้องโจรทำให้ทราบข้อมูล
3. รถพยาบาล มีข้อมูลว่ามีฝ่ายการเมืองไปเจรจากับผู้จัดการศูนย์รถยนต์ที่เซ็นทรัล บางนา เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา ถึงขั้นเสนอราคาให้คันละ 100,000 บาท
ทำให้ราคาจัดซื้อรถพยาบาล 1 คัน ที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์สำคัญ 2 รายการ อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ เครื่องช่วยหายใจ และเครื่องกระตุกหัวใจ ที่เคยซื้อได้ 1.7 ล้านบาท เพิ่มเป็น 1.8 ล้านบาท
4.เครื่องช่วยหายใจ หรือเครื่องดมยาสลบ ที่มีบางบริษัทให้ข้อมูลว่า มีการเปลี่ยนแปลงราคา จากเดิมราคาไม่เกิน 1.2 ล้านบาท แต่กลับมีการตั้งราคาถึง 1.5 ล้านบาท
ซึ่งตนเกรงว่าในบางพื้นที่ไม่รู้และมีการจัดซื้อเครื่องช่วยหายใจที่ราคา 5-6 แสนบาท แต่ไปซื้อถึง 1.5 ล้านบาท จะทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์
"ถ้านายวิทยาจริงใจต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบ สวนเพื่อดูรายละเอียดโครงการทั้งหมด โดยเฉพาะรายการที่ไม่ได้ขอไป แต่กลับจะให้มีการซื้อแบบปูพรมเต็มพื้นที่ว่าใครเป็นคนทำ ซึ่งหากยกเลิกได้ก็ยกเลิก" นพ.เกรียงศักดิ์ กล่าว และว่า ควรเลือกประธานที่มาตรวจสอบเรื่องนี้ เป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือไม่ควรเลือกผู้ตรวจราชการ
จี้ทบทวนจัดสรรงบใหม่
นพ.เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า เหตุผลที่เสนอให้มีการทบทวนการจัดสรรงบประมาณในโครงการไทยเข้มแข็งใหม่ เนื่องจากมีการจัดสรรที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ที่เห็นได้ชัดคืองบที่จัดสรรให้โรงพยาบาลศูนย์ 94 แห่ง เป็นเงินกว่า 40,000 ล้านบาท แต่งบที่จัดสรรให้โรงพยาบาลชุมชน 800 แห่ง ได้เพียงแค่ 8-9 พันล้านบาท ดังนั้นเรื่องนี้ต้องทบทวนให้กระจ่าง ไม่ใช่จัดสรรแบบสะเปะสะปะ และ ครม.ต้องกล้าตัดสินใจชะลอโครงการ เรื่องนี้ในวันที่ 1 ต.ค. นี้ ตนจะชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภา
นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ อดีตประธานชมรมแพทย์ชนบท กล่าวว่าการจัดซื้อเครื่องทำลายเชื้อโรคด้วยระบบแสงอัลตราไวโอเลต ว่า เป็นเรื่องที่มีการสอดไส้ลงไปทั้งที่ไม่มีการร้องขอจากพื้นที่ ซึ่งตนเห็นว่าในท้ายที่สุดก็คงมีการยกเลิกโครงการนี้ไป จากการตรวจสอบบริษัทที่นำเข้าพบว่า ไม่ใช่บริษัทที่ไปเสนอราคาขายให้โรงพยาบาลตามที่เป็นข่าว แต่บริษัทที่ไปเสนอขายเป็นแค่ตัวแทน จำหน่ายเท่านั้น เท่าที่ทราบมีสายสัมพันธ์กับเมียนักการเมืองชื่อดัง
สธ.ชี้ 46 รายการแค่เสนอ
นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สธ. กล่าวว่า สถานีอนามัยได้งบประมาณกว่า 1.35 ล้านบาท โดย 5 แสนบาทเป็นงบปรับปรุงสถานีอนามัย ส่วนอีก 8.5 แสนบาท เป็นการจัดซื้อครุภัณฑ์ เดิมมีเพียง 20 กว่ารายการเท่านั้น แต่ได้เพิ่มเป็น 46 รายการ ในการทำเรื่องเสนอของงบฯนั้น หากให้ทางสถานีอนามัยกว่า 9,000 แห่งเสนอมานั้นจะต้องคีย์ข้อมูลกว่าเป็นแสนๆ รายการ ใครจะทำ ทั้งยังมีเวลาที่จำกัด
ดังนั้นจึงได้เชิญตัวแทนผู้ที่เกี่ยวข้องมา หารือเพื่อกำหนดครุภัณฑ์ที่ควรมีการจัดซื้อ โดยพิจารณาเฉพาะรายการใหญ่ๆ ส่วนรายการครุภัณฑ์ยิบย่อยนั้นสถานีอนามัยสามารถใช้งบลงทุน สปสช. จัดซื้ออยู่แล้ว ซึ่งไม่กระทบ โดยทั้งหมดนี้จะต้องเสนอสำนักงบประมาณในกลางเดือนตุลาคมนี้ ส่วนอีก 46 รายการนั้น ไม่ให้สธ.ซื้อทั้งหมด เป็นแค่รายการให้เลือกเท่านั้น ซึ่งบางรายการยังระบุด้วยว่า ให้จัดซื้อในกรณีที่มีแพทย์หรือพยาบาลเท่านั้นในการใช้เครื่องมือดังกล่าว เพราะหากจัดซื้อทั้งหมดจะต้องใช้งบหลายล้านบาท ไม่ใช่แค่หลักแสน
นพ.คำรณ ไชยสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารโครงการไทยเข้มแข็ง 2555 กล่าวว่า เหตุผลที่กำหนดราคาเครื่องยูวี-แฟน ที่ 40,000 บาท เนื่องจากไปดูราคาการจัดซื้อเมื่อปีก่อน ซึ่งมีโรงพยาบาลบางแห่งในภาคอีสานจัดซื้อ เมื่อมีการวิจารณ์ขึ้นก็ต้องบอกว่าราคาดังกล่าวไม่ใช่ราคากลาง แต่เป็นราคาที่ตั้งงบฯไว้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับครุภัณฑ์ 46 รายการ เช่น ชุดยูนิตทำฟัน 438,000 บาท เครื่องอัลตร้าซาวด์ 5 แสนบาท เครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบอัตโนมัติ ชนิด 12 ลีด พร้อมอ่านแปลผล 1.2 แสนบาท รถบรรทุกดีเซลขนาด 1 ตัน แบบมีช่องว่าด้านหลังคนขับ พร้อมหลังคาไฟเบอร์กลาส ราคา 5.6 แสนบาท ชุดอุปกรณ์ให้การรักษาทันตกรรม 1 แสนบาท ชุดกายภาพบำบัด 138,500 บาท หม้อต้มแผ่นให้ความร้อน 107,000 บาท เป็นต้น
เพื่อไทยเผยสั่งเพิ่มรายการครุภัณฑ์
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ โดยสธ.ได้กำหนดรายการครุภัณฑ์ส่งให้สถานีอนามัย 20 รายการ ในเย็นวันศุกร์ พร้อมกำชับให้ส่งความต้องการว่าต้องการครุภัณฑ์อะไร ใน20 รายการนี้ ภายใต้วงเงินสนับสนุน 8.5 แสนบาท และให้ส่งกลับมายังสาธารณสุขจังหวัดภายในวันจันทร์ จึงเกิดการทักท้วงโดยฝ่ายค้านและข้าราชการ ระบุว่าไม่ได้สำรวจความต้องการของแพทย์สาธารณสุขโดยตรง จึงมีการระงับโครงการไป แล้วเรียกประชุม แต่ก็ไม่ได้รับฟังความเห็นจากคนที่ต้องใช้ครุภัณฑ์เหล่านี้เท่าใดนัก แล้วจึงกำหนดรายการเพิ่มเป็น 46 รายการ แล้วส่งไปยังสถานีอนามัยใหม่ แต่ 20 รายการเดิมก็ยังคงอยู่
นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย อดีต รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า เคยเตือนในสภาในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯ 2553 วาระ2 และ3 ให้ระวังการจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา มีการอ้างว่า นำไปให้โรงพยาบาลในโครงการส่งเสริมสุขภาพตำบล 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งแพทย์และศูนย์สุขภาพตำบลอยากได้งบ แต่ปรากฏว่าไปยัดเยียดอุปกรณ์ให้ไม่ตรงกับความต้องการ
กรุงเทพธุรกิจ, วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2552
Showing posts with label แพทย์ชนบท. Show all posts
Showing posts with label แพทย์ชนบท. Show all posts
Sunday, October 4, 2009
Sunday, September 27, 2009
แพทย์ชนบท จี้ตั้งกก.สอบงบไทยเข้มแข็ง ยัดเยียดร.พ.
แพทย์ชนบท จี้ตั้งกก.สอบงบไทยเข้มแข็ง ยัดเยียดร.พ.
เผยเส้นนักการเมืองล็อบบี้ยัดเยียดวัสดุ-อุปกรณ์ราคาแพงเกินจริง ล็อตใหญ่รับเละ
เหน็บ"ชวน"เคยตั้ง"หมอบรรลุ"สอบเอา"รักเกียรติ"เข้าคุก แต่ตอนนี้ ...
น.พ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ เลขาธิการมูลนิธิแพทย์ชนบท กล่าวว่า
ปัญหาของโครงการไทยเข้มแข็งของสาธารณสุขไม่ใช่อยู่ที่การล็อคสเปค
แต่อยู่ที่ ครม.อนุมัติให้ซื้อในสิ่งที่โรงพยาบาลไม่ได้ขอ
เช่น เครื่องฆ่าเชื้อด้วยยูวี ราคา 40,000 บาท ไม่มีใครขอ
เพราะราคาแค่นี้ถ้าโรงพยาบาลจำเป็นต้องใช้ก็สามารถใช้เงินบำรุงจัดซื้อเองได้
ไม่รู้ว่าใครเป็นคนชงให้นักการเมือง แค่อนุมัติให้ซื้อทุกโรงพยาบาลจะเป็นเงินกว่า 300 ล้านบาทแล้ว
และปัญหาใหญ่อีกอย่างคือราคาที่อนุมัติ แพงเกินไป เช่น
เครื่องช่วยหายใจราคา 1.2 ล้านบาท แต่โรงพยาบาลบางแห่งเพิ่งซื้อไป 5 แสนกว่าบาทเอง
หรือแฟลตพยาบาล ราคา 9.6 ล้านบาท แต่เมื่อต้นปี 52 โรงพยาบาลบางแห่งเปิดซองประมูลได้ราคาแค่ 6 ล้านบาทเอง
รวมทั้งเครื่องฆ่าเชื้อยูวีราคาแค่ 6,000 บาท
"จากที่ถามโรงพยาบาลบางแห่ง มีนักการเมืองในพื้นที่ติดต่ออยากได้อะไร แล้วนำไปเพิ่มราคาโดยผ่านกองแบบแผนของกระทรวงสาธารณสุข เวลาประมูลถ้ามีการฮั้วราคากันก็คงได้ราคากลางพอดี ทั้งที่ควรจะถูกกว่านั้น โครงการนี้ไม่โปร่งใสตั้งแต่แรก เพราะขาดการมีส่วนร่วมของโรงพยาบาลต่าง ๆ ในการพิจารณาว่าอะไรควรซื้อไม่ควรซื้อ และจะซื้อราคาเท่าไหร่ การจัดสรรผ่านคนไม่กี่คนในส่วนกลางในช่วงที่กำลังจะตั้งปลัดกระทรวง และอธิบดีใหม่ ทำให้คนในกระทรวงฯ หลายคนอยากก้าวหน้าดำเนินการชงให้"
นายแพทย์พงศ์เทพ กล่าวด้วยว่า
สิ่งที่นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ควรทำหลังกลับจากประชุมสมัชชาใหญ่องค์การสหประชาชาติก็คือ
แต่งตั้งนายแพทย์บรรลุ ศิริพานิชเป็นประธานกรรมการเพื่อหาข้อเท็จจริงว่าใครเป็นคนใส่ราคากลางที่ แพงขนาดนี้
และใครเป็นคนใส่เครื่องฆ่าเชื้อยูวีไปในคำขอที่เสนอครม.
และคณะกรรมการควรตัดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นหรือลดราคากลางลง
จะทำให้ประหยัดงบประมาณและนำไปซื้ออุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็นจริงๆเพิ่มได้ อีกจำนวนมาก
"เรื่องนี้เหมือนสมัยที่คุณชวน หลีกภัยตั้งนายแพทย์บรรลุ ศิริพานิช สอบสวนเรื่องทุจริตยา จนนำนายรักเกียรติ สุขธนะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พรรคกิจสังคม เข้าคุกได้ แต่ตอนนี้ต่างกันแค่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขอยู่พรรคประชาธิปัตย์ เท่านั้นเอง" เลขาธิการมูลนิธิแพทย์ชนบท
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์, 27 กันยายน 2552
เผยเส้นนักการเมืองล็อบบี้ยัดเยียดวัสดุ-อุปกรณ์ราคาแพงเกินจริง ล็อตใหญ่รับเละ
เหน็บ"ชวน"เคยตั้ง"หมอบรรลุ"สอบเอา"รักเกียรติ"เข้าคุก แต่ตอนนี้ ...
น.พ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ เลขาธิการมูลนิธิแพทย์ชนบท กล่าวว่า
ปัญหาของโครงการไทยเข้มแข็งของสาธารณสุขไม่ใช่อยู่ที่การล็อคสเปค
แต่อยู่ที่ ครม.อนุมัติให้ซื้อในสิ่งที่โรงพยาบาลไม่ได้ขอ
เช่น เครื่องฆ่าเชื้อด้วยยูวี ราคา 40,000 บาท ไม่มีใครขอ
เพราะราคาแค่นี้ถ้าโรงพยาบาลจำเป็นต้องใช้ก็สามารถใช้เงินบำรุงจัดซื้อเองได้
ไม่รู้ว่าใครเป็นคนชงให้นักการเมือง แค่อนุมัติให้ซื้อทุกโรงพยาบาลจะเป็นเงินกว่า 300 ล้านบาทแล้ว
และปัญหาใหญ่อีกอย่างคือราคาที่อนุมัติ แพงเกินไป เช่น
เครื่องช่วยหายใจราคา 1.2 ล้านบาท แต่โรงพยาบาลบางแห่งเพิ่งซื้อไป 5 แสนกว่าบาทเอง
หรือแฟลตพยาบาล ราคา 9.6 ล้านบาท แต่เมื่อต้นปี 52 โรงพยาบาลบางแห่งเปิดซองประมูลได้ราคาแค่ 6 ล้านบาทเอง
รวมทั้งเครื่องฆ่าเชื้อยูวีราคาแค่ 6,000 บาท
"จากที่ถามโรงพยาบาลบางแห่ง มีนักการเมืองในพื้นที่ติดต่ออยากได้อะไร แล้วนำไปเพิ่มราคาโดยผ่านกองแบบแผนของกระทรวงสาธารณสุข เวลาประมูลถ้ามีการฮั้วราคากันก็คงได้ราคากลางพอดี ทั้งที่ควรจะถูกกว่านั้น โครงการนี้ไม่โปร่งใสตั้งแต่แรก เพราะขาดการมีส่วนร่วมของโรงพยาบาลต่าง ๆ ในการพิจารณาว่าอะไรควรซื้อไม่ควรซื้อ และจะซื้อราคาเท่าไหร่ การจัดสรรผ่านคนไม่กี่คนในส่วนกลางในช่วงที่กำลังจะตั้งปลัดกระทรวง และอธิบดีใหม่ ทำให้คนในกระทรวงฯ หลายคนอยากก้าวหน้าดำเนินการชงให้"
นายแพทย์พงศ์เทพ กล่าวด้วยว่า
สิ่งที่นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ควรทำหลังกลับจากประชุมสมัชชาใหญ่องค์การสหประชาชาติก็คือ
แต่งตั้งนายแพทย์บรรลุ ศิริพานิชเป็นประธานกรรมการเพื่อหาข้อเท็จจริงว่าใครเป็นคนใส่ราคากลางที่ แพงขนาดนี้
และใครเป็นคนใส่เครื่องฆ่าเชื้อยูวีไปในคำขอที่เสนอครม.
และคณะกรรมการควรตัดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นหรือลดราคากลางลง
จะทำให้ประหยัดงบประมาณและนำไปซื้ออุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็นจริงๆเพิ่มได้ อีกจำนวนมาก
"เรื่องนี้เหมือนสมัยที่คุณชวน หลีกภัยตั้งนายแพทย์บรรลุ ศิริพานิช สอบสวนเรื่องทุจริตยา จนนำนายรักเกียรติ สุขธนะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พรรคกิจสังคม เข้าคุกได้ แต่ตอนนี้ต่างกันแค่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขอยู่พรรคประชาธิปัตย์ เท่านั้นเอง" เลขาธิการมูลนิธิแพทย์ชนบท
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์, 27 กันยายน 2552
Thursday, September 17, 2009
แฉเงื่อนงำซื้อเครื่องทำลายเชื้อโรค ระบบอัลตราไวโอเลต 4 หมื่นแพงโหด
แฉเงื่อนงำซื้อเครื่องทำลายเชื้อโรค ระบบอัลตราไวโอเลต 4 หมื่นแพงโหด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากมีการเสนอข่าวกระแสการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการภายใต้แผน ปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง (เอสพี) 2555 ระยะที่ 2 รอบที่ 1 โดยล่าสุด ได้รับเอกสารเกี่ยวกับ การจัดซื้อเครื่องทำลายเชื้อโรค ด้วยระบบแสงอัลตราไวโอเลตระบบปิด ให้กับโรงพยาบาลชุมชนทุกจังหวัด จังหวัดละ 15 เครื่อง ราคาเครื่องละ 40,000 บาท ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการจัดซื้อในส่วนของโครงการพัฒนาระบบบริการระดับทุติยภูมิ งบฯลงทุน ค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง โดยมีเอกสาร 3 ใบ คือ หนังสือทางราชการของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา (สสจ.) ลงบันทึกด่วนที่สุด ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2552 โดยแจ้งให้ทราบว่าสำนักบริหารสาธารณสุขภูมิภาค สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข เร่งให้ดำเนินการจัดซื้อเครื่องทำลายเชื้อโรคด้วยระบบแสงอัลตราไวไอเลต ให้กับโรงพยาบาลชุมชนทุกแห่งในจังหวัด พร้อมแนบสเปคเครื่องทำลายเชื้อโรคและใบเสนอราคาของบริษัทเอกชน ชื่อบริษัท ก่อเกียรติซัพพลาย จำกัด ที่อยู่เลขที่ 3 ซอยบางนาตราด 34 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 102 โดยเสนอราคาเครื่องทำลายเชื้อโรค หรือ UV-FAN ในราคาเครื่องละ 40,000 บาท
นพ.เกรียงศักดิ์ วัชระนุกูลเกียรติ ประธานชมรมแพทย์ชนบท กล่าวว่า หนังสือฉบับดังกล่าวมีความผิดปกติหลายจุด คือ
1.มีการเสนอราคาเครื่องทำลายเชื้อโรคราคาเครื่องละ 40,000 บาท ซึ่งสูงผิดปกติ ซึ่งเท่าที่ทราบที่ผ่านมาสถาบันทรวงอก กรมการแพทย์ สธ. ได้ผลิตเครื่องชนิดนี้เป็นโครงการนำร่อง มีต้นทุนเครื่องละ 5,000-6,000 บาทเท่านั้น แต่ทำไม สธ.จึงกำหนดราคากลางให้สูงถึง 40,000 บาท
2.ในหนังสือฉบับดังกล่าวยังได้แนบเอกสารอีก 2 ฉบับ คือ รายละเอียดสเปคเครื่องทำลายเชื้อโรค และใบเสนอราคาของบริษัท ก่อเกียรติ ซัพพลาย จำกัด ในราคาเครื่องละ 40,000 บาท ขณะนี้เครือข่ายแพทย์ชนบทได้กระจายตัวลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวดแล้ว
มติชนรายวัน, วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11514
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากมีการเสนอข่าวกระแสการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการภายใต้แผน ปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง (เอสพี) 2555 ระยะที่ 2 รอบที่ 1 โดยล่าสุด ได้รับเอกสารเกี่ยวกับ การจัดซื้อเครื่องทำลายเชื้อโรค ด้วยระบบแสงอัลตราไวโอเลตระบบปิด ให้กับโรงพยาบาลชุมชนทุกจังหวัด จังหวัดละ 15 เครื่อง ราคาเครื่องละ 40,000 บาท ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการจัดซื้อในส่วนของโครงการพัฒนาระบบบริการระดับทุติยภูมิ งบฯลงทุน ค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง โดยมีเอกสาร 3 ใบ คือ หนังสือทางราชการของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา (สสจ.) ลงบันทึกด่วนที่สุด ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2552 โดยแจ้งให้ทราบว่าสำนักบริหารสาธารณสุขภูมิภาค สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข เร่งให้ดำเนินการจัดซื้อเครื่องทำลายเชื้อโรคด้วยระบบแสงอัลตราไวไอเลต ให้กับโรงพยาบาลชุมชนทุกแห่งในจังหวัด พร้อมแนบสเปคเครื่องทำลายเชื้อโรคและใบเสนอราคาของบริษัทเอกชน ชื่อบริษัท ก่อเกียรติซัพพลาย จำกัด ที่อยู่เลขที่ 3 ซอยบางนาตราด 34 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 102 โดยเสนอราคาเครื่องทำลายเชื้อโรค หรือ UV-FAN ในราคาเครื่องละ 40,000 บาท
นพ.เกรียงศักดิ์ วัชระนุกูลเกียรติ ประธานชมรมแพทย์ชนบท กล่าวว่า หนังสือฉบับดังกล่าวมีความผิดปกติหลายจุด คือ
1.มีการเสนอราคาเครื่องทำลายเชื้อโรคราคาเครื่องละ 40,000 บาท ซึ่งสูงผิดปกติ ซึ่งเท่าที่ทราบที่ผ่านมาสถาบันทรวงอก กรมการแพทย์ สธ. ได้ผลิตเครื่องชนิดนี้เป็นโครงการนำร่อง มีต้นทุนเครื่องละ 5,000-6,000 บาทเท่านั้น แต่ทำไม สธ.จึงกำหนดราคากลางให้สูงถึง 40,000 บาท
2.ในหนังสือฉบับดังกล่าวยังได้แนบเอกสารอีก 2 ฉบับ คือ รายละเอียดสเปคเครื่องทำลายเชื้อโรค และใบเสนอราคาของบริษัท ก่อเกียรติ ซัพพลาย จำกัด ในราคาเครื่องละ 40,000 บาท ขณะนี้เครือข่ายแพทย์ชนบทได้กระจายตัวลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวดแล้ว
มติชนรายวัน, วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11514
Labels:
เครื่องทำลายเชื้อโรค,
ไทยเข้มแข็ง,
แพทย์ชนบท,
สาธารณสุข
Subscribe to:
Posts (Atom)